2006/Jan/14

ตอนนี้เปลี่ยนไปทำ MY SPACE แล้วนะครับ

ไปที่นี่ได้เลยครับ

แต่ต้องเป็นคนที่เป็น Messenger ของผมเท่านั้น่ะครับ..นอกนั้นอด

ไว้ถ้าไม่ขี้เกียจเมื่อไหร่ คงจะกลับมาเปลี่ยนธีมแล้วอัพ blog ใหม่

(คือแบบขี้เกียจเปลี่ยนสีธีมอ่ะครับ มันสีชมพู..(อุบาทว์เหลือเกิน) ตอนนี้ชอบสีน้ำตาลเข้มอ่ะ)

เจอกานเมื่อคนหน้าตาดีหมดโลกแล้วครับ 555

2005/Dec/31

วันที่ 28 / 12 / 2005 โรงเรียนผมมีงานวันปีใหม่ -- ความจริงแล้วต้องจัดกลางคืน แต่ว่ามีปัญหาพวกเด็กนักเรียนกินเหล้าในปีก่อนๆ ก็เลยถูกบังคับให้จัดในตอนกลางวัน ก็คิดซะว่าคงหนุกไปอีกแบบนะ

โรงเรียนจะให้แต่ละห้องส่งการแสดงห้องละ 1 การแสดง กับประกวดแต่งแฟนซีอีก 1 ชุด (หลายคนได้) แต่จะไม่ส่งอะไรก็ได้ถ้าไม่อยากส่ง -- ห้องผมนี่ส่งการแสดง แต่ไม่ส่งแฟนซีครับ แล้วความจริง ถ้าส่งแฟนซีเขาจะให้เงินเรามา แต่ส่งการแสดงนี่ไม่มีเงินให้..

ปีนี้การแสดงส่วนมากจะเป็นการเต้น มีแค่ 2 การแสดงเท่านั้นที่ไม่ใช่เต้น คือ มีแสดงละคร 1 เรื่อง กับ ประกวด M Thepsatri ของพี่ม.6 (โอ๊ย มีแต่คนกรี๊ด น่ารำคาญชิบเป๋ง) ห้องผมก็เต้น แต่เลือกเพลงโบราณๆ พวกประมาณสุนทราภรณ์ พอดีหัวหน้าห้องเขาชอบบบ..

อ่อ! มีการแสดงอีกอันนึงที่กึ่งเต้น เป็นละครประกอบเพลง ของเพื่อนๆผมเองล่ะ ห้อง 3/3 (ผมอยู่ห้อง 3/1) เป็นการแสดงที่ผมชอบมากที่สุดเลย คือไม่ต้องทำไรมากนะ แต่ประทับใจที่สุดเลย ประมาณว่าเปิดเพลง คู่กัน ของ Scrubb น่ะ แล้วก็แสดงตามเนื้อหานั้นเลย ที่ชอบมากๆก็เพราะว่า เพลงคู่กันมันเพราะอยู่แล้วอ่ะครับ แล้วเพื่อนผมก็แสดงได้น่ารักมากๆด้วยล่ะ

เออๆๆ ไม่พูดมากแล้ว ดูรูปเลยแล้วกัน....


อันนี้ถ่ายจากชั้น 3 ของตึกตอนงานยังไม่เริ่มครับ


เด็กนักเรียนน้อยนะครับ แค่ 500 กว่าคนเอง..


อันนี้ยังดูไม่มีอาราย... ละครของน้องม.2/2.. (กำลังจะแต่งงานกันแล้วตอนนั้น)


(และไอ้เสื้อชมพูเสือกเจอไอ้เสื้อขาว.....) อ้ออ.....!!!ละครวายนี่เอง.. - -"


เอ๊ะๆ.. ทำอารายกานหว่า (พอดีมันเปิดเพลงไททานิค)


อันนี้การแสดงห้องผมเอง..


อันนี้ได้ที่ 1 ประกวดแฟนซีครับ


อันนี้ที่ 2 ของแฟนซี (เพื่อนผมเองค้าบบ!!!)
ชุดที่มันแต่งคือ เสื้อคอกระเช้า+มงกุฎ+จุงกระเบน+ถุงเท้าฟุตบอล!!!


นี่ การแสดงที่ผมประทับใจที่สุด (ตอนนี้นางเอกยังไม่ปล่อยผม+ถอดแว่นออก)


เฮ้ยๆๆ นี่ใครหว่า...?? อ้อ!! คนดีที่หน้าตาดีนี่เอง...

หมดแล้วค้าบบบบ โหลดนรกจริงๆเลย หึหึ
ความจริงมีอีกเยอะเลยอ่ะ แต่กลัวลงเยอะแล้วโหลดกันไม่ไหว หึหึ..

2005/Dec/23

เมื่อวานซืน แล้วก็เมื่อวาน แล้วก็วันนี้ ที่ผมนั่งดูดีวีดีคอนเสิร์ทของศิลปินหญิงต่างประเทศคนหนึ่ง ดูซ้ำไปซ้ำไปมาหลังจากกลับมาจากโรงเรียนมา 3 วันติดละ ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร ยิ่งดูยิ่งประทับใจ แต่บางเพลงดูแล้วก็น่าง่วงนอนเหลือเกิน ซึ่งก็มีน้อยเพลงนักในคอนเสิร์ทครั้งนี้ ไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อไหร่จะเบื่อดีวีดีแผ่นนี้ แล้วไม่หยิบมันมาเปิดดูอีกเลยเหมือนซีดีออดิโอ้หลายๆแผ่นที่หลวมตัวซื้อมา

อาจจะเป็นวันพรุ่งนี้ที่ผมอาจจะกำลังเดินไปหยิบดีวีดีคอนเสิร์ทที่ว่านี้ แล้วเกิดเปลี่ยนใจไปหยิบรีโมททีวีมาเปลี่ยนดูหนังทางพวกช่อง HBO ก็เป็นได้ -- แต่คิดว่าคงจะไม่เป็นวันพรุ่งนี้แน่นอน เพราะยิ่งดูแล้วก็ยิ่งชอบอะครับ

แต่ว่าผมอ่านจากในนิตยสารเล่มหนึ่งที่ได้วิจารณ์คอนเสิร์ทอันนี้เอาไว้ว่า "..นักร้องหญิงคนนี้ เธอร้องได้หมดแหละ จะร้องต่ำสุด สูงสุด หลบขนาดไหนก็ได้หมด ให้หัวเราะไปร้องเพลงไปก็ร้องได้ แต่ติดแค่ว่าบางครั้งเสียงร้องยังขาดพลังอยู่บ้าง.."

ผมก็อ่านดู แล้วก็ลองมาสังเกตจริงๆจังๆในดีวีดี แต่ก็ไม่ยักกะเห็นนะ มีบ้างนิดหน่อย แต่ก็อย่างที่ไอ้นิตยสารเล่มนั้นมันว่าเหมือนกันนั่นแหละ "..ก็คนเหมือนกันน่ะ ให้ร้องเป็นชั่วโมง แรงมันก็ต้องมีแผ่วกันบ้าง.." -- นั่นแสดงให้เห็นว่า ต่อให้คุณร้องได้ดีแค่ไหน ในคอนเสิร์ทเมื่อมีการเต้นมากๆ -- แน่นอน คุณไม่สามารถจะแสดงความสามารถของคุณได้ออกมาอย่างเต็ม 100%

และในวันนี้ผมมีเรียนวิชางานประดิษฐ์ มันให้ทำการ์ดแบบตัวการ์ตูนยื่นออกมาให้ดูเด่นได้ ก็คือ มันให้การ์ดมา 3 อัน แล้วก็ให้ตัดส่วนที่อยากจะให้นูนออกมา แล้วก็เอาไปติดกับกระดาษโฟมกาวสองหน้าที่หนาๆอะ แล้วก็เอาไปแปะกับการ์ดหลัก ซึ่งของผมเป็นหมี ผมก็จะได้ตัวหมีนูนขึ้นมาจากวิวชายหาดมาหน่อยนึง -- อาจารย์เขาบอกว่า

"เป็นการทำให้ชิ้นงานดูมีคุณค่าขึ้นมาอีกหน่อย"

เออ มันก็ดูสวยดีอย่างว่านั่นแหละว่ะ -- ผมรีบทำมาก จะได้รีบๆกลับบ้าน แต่พอรีบ เวลาคิดว่าจะเอาให้ส่วนไหนยื่นออกมามันก็มีน้อย คิดออกมาก็เลยได้ไม่ดีนัก ทำไปทำมา ผมไปทำห่วงยางของหมีที่มีหน้ากบติดอยู่นิดหน่อยให้ยื่นออกมา แต่ลืมทำให้ตัวกบยื่นออกมาด้วย ก็เลยโดยหักคะแนนไปหนึ่งคะแนนเลย -- ซึ่งอันนี้ก็เรียกว่าไม่สมบูรณ์ 100% แต่ผมดูยังไงมันก็สวยนะ ดูแปลกๆดีแม้ว่าหัวกบที่แหว่งไปมันจะนูนขึ้นมาก็ตาม

ก็เหมือนกับนักร้องหญิงต่างประเทศคนที่ผมพูดถึงนั่นล่ะ ผมว่าผมรู้สึกดีนะที่บางครั้งเห็นเธอเหนื่อยบ้าง -- จะได้ดูเหมือนคนไง(?) -- ถ้าให้ร้องไม่มีเหนื่อยเลยมันก็ไม่ใช่คนดิครับ การได้ยินเสียงลมหายใจเวลาร้องเพลง ส่วนตัวแล้ว ผมเห็นว่ามันเป็นเสน่ห์ของการร้องเพลงของคนอย่างนึงนะ (แต่ก็ไม่ใช่ว่าเวลาไปเข้าห้องอัดแล้วต้องทำเสียงเติมลมหายใจดังๆนะครับ อันนั้นเป็นข้อยกเว้น)

ก็เหมือนคุณเล่นกีต้าร์น่ะครับ ถ้าคุณเล่นกีต้าร์สดๆ คุณก็สามารถใส่ลูกเล่นอะไรลงไปก็ได้ อยากให้มีเสียงสั่นหน่อยๆก็ทำ อยากให้มีเสียงรูดสายกีต้าร์ก็รูด -- ผมว่าตรงนั้นเป็นเสน่ห์ของมันเหมือนกันนะ แต่ถ้าคุณให้คอมพิวเตอร์เล่นกีต้าร์ มันก็จะเล่นแต่โน๊ตที่เราป้อนลงไป ไม่สามารถใส่ลูกเล่นได้ ไม่มีการเล่นผิดเลยสักนิด ผมว่ามันเหมือนเป็น 100% แบบหลอกๆกันมากกว่านะครับ

รวมถึงเพลงไทยที่เราชอบฟังกันอยู่ตอนนี้ด้วยนะครับ -- เพลงไทยเดี๋ยวนี้ทำง่าย ศิลปินหลายๆคน หรือหลายๆวงเดี๋ยวนี้นิยมทำกันเยอะ ขอแค่มีเพียงกีต้าร์ เบสส์ กลอง และนักร้องเสียงพอฟังได้สักคน -- สามารถเริ่มต้นง่ายๆด้วยการแต่งเพลงรักสักเพลง แล้วลองร้องหาโน๊ตที่ฟังแล้วเพราะมาก จากนั้นจึงค่อยทำตัวดนตรี ซึ่งเริ่มเพลงมาก็น่าจะเล่นกีต้าร์ไปตั้งแต่ตอนแรกเลย ไอ้ท่อนโซโล่รึ ก็เอาไอ้เนื้อเพลงท่อนฮุคมาเป็นเมโลดี้ก็จบ โอ่ ง่ายอะไรเช่นนี้

เพลงพวกนี้ฟังไปเถอะครับ ให้อย่างมากเลย 20 รอบติดต่อกัน ก็จะอ้วกแล้ว แบบยิ่งฟังยิ่งเบื่อ -- แต่บางเพลง ถ้าหากเราตั้งใจทำในส่วนดนตรีให้ละเอียดละอ่อน คนฟังเขาก็ต้องได้ยินละครับ ไอ้ตัวเนื้อเพลงบางทีอาจจะไม่เพราะ แต่เราฟังเนื้อหาดีๆที่ให้ข้อคิดได้นิ่ (เจ๋งกว่าพวกความรักที่เนื้อหาซ้ำไปซ้ำมาตั้งเยอะ) เพลงจำพวกนี้ฟังครั้งแรกอาจไม่ติดหู อาจจะไม่ชอบ แต่ถ้าเราเปิดใจยอมรับและฟังมันบ่อยๆ เราจะได้ยินในส่วนดนตรีที่ละเอียดอ่อน หรือความเจ๋งมากๆของคนทำเพลงนั้นนะครับ-- เพลงประเภทนี้ยิ่งฟัง ผมว่าเราจะยิ่งชอบมากขึ้นเรื่อยๆนะ เพราะเราจะได้ยินรายละเอียดเพิ่มขึ้นแต่ละครั้งที่ได้ฟังมัน ซึ่งมันจะเป็นในทางตรงกันข้ามกับพวกเพลงที่บอกไว้ตอนแรก ซึ่งยิ่งฟังก็จะยิ่งเบื่อลงๆ ขอแค่หยิบมาฟัง 2 ครั้งต่อ 1 ปีก็คงเพียงพอแล้ว

ทุกอย่างในโลกเรานี้ ผมว่ามันไม่มีอะไรจะสมบูรณ์สวยงาม 100% จริงๆเลยนะ -- การที่อะไรบางอย่างมันจะสวยได้ 100% ผมว่ามันก็เหมือนกับพวกดาราที่ไปศัลยกรรมหน้าตานั่นล่ะ ซึ่งพวกนั้นคงคิดว่าทำออกมาแล้วคงสวย แต่ผมว่าไม่อะ (ไม่รู้นะว่าจะมีใครคิดแบบผมหรือเปล่า แต่แม่ผมคนนึงล่ะที่คิด) มันสวยหลอกๆ แล้วสวยหลอกๆแบบนั้นคุณชอบหรอ? มันก็เหมือนกับมีคนมาขายอาหารที่ดูน่ากินให้คุณ แต่ความจริงแล้วมันเป็นอาหารที่เขากินเหลือค้างมาจากเมื่อวานนี้ต่างหาก

ไม่รู้สินะ ผมว่ารอยตำหนิบนชิ้นงานมันก็แสดงถึงความสวยงามได้เหมือนกัน มันทำให้เราดูแล้วไม่ทำให้เรารู้สึกเบื่อที่จะดูมัน เพราะว่าการที่มีรอยตำหนิที่หนึ่งแล้ว ก็อาจจะมีรอยตำหนิอีกรอยนึงให้เราหาอยู่ก็เป็นได้

ส่วนตัวผมแล้ว..พวกงานศิลปะน่ะถ้ามีตำหนินิดๆหน่อยๆ ผมก็ถือว่ามันสวยเต็มร้อยแล้วล่ะครับ


Jamie Cullum [Everlasting Love]



megaHurtz
View full profile